5 แนวทางประหยัดพลังงาน
ในระบบทำความเย็น
ตั้งแต่ Smart Defrost ไปจนถึง Load Management — แนวทางที่สาขา Hypermarket & Wholesale เช่น Lotus's และ Makro เริ่มใช้จริงเพื่อลดค่าไฟ เพิ่มเสถียรภาพ และลดความเสี่ยงสินค้าเสีย
ทำไม Hypermarket ต้องโฟกัสเรื่องพลังงาน?
ในธุรกิจ Hypermarket & Wholesale ระบบทำความเย็นทำงานตลอด 24 ชั่วโมง และมักคิดเป็นสัดส่วนพลังงานที่สูงที่สุดของสาขา การปรับปรุงเชิงระบบจึงส่งผลโดยตรง ต่อทั้งกำไร ความเสี่ยงด้านสินค้า และความต่อเนื่องในการให้บริการ
ตู้แช่และห้องเย็นจำนวนมากดึงไฟพร้อมกัน ทำให้เกิด Peak Demand พุ่งสูง และมีค่าปรับ Demand Charge ตามมาทุกเดือน
ความผิดพลาดของระบบทำความเย็นเพียงครั้งเดียว อาจกระทบสต็อกสินค้าทั้งห้องและทำให้สูญเสียรายได้จำนวนมาก การแจ้งเตือนที่แม่นยำจึงเป็นหัวใจสำคัญ
ถ้าขาดข้อมูล Real-time ทีมช่างจะตอบสนองช้า Downtime นานขึ้น และค่าใช้จ่ายซ่อมฉุกเฉินสูงกว่าการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน
5 แนวทางนี้ออกแบบมาให้ใช้ได้ทีละข้อ หรือผสมผสานกันตามงบประมาณและความพร้อมของแต่ละสาขา
เป้าหมายคือ "ลดค่าไฟ + ลดความเสี่ยง + เพิ่มเสถียรภาพ"
ไม่ใช่แค่ปรับ Setpoint แต่เป็นการทำให้ระบบทำความเย็น "ทำงานเท่าที่จำเป็น ถูกจังหวะ" โดยยังคุมคุณภาพสินค้าได้เหมือนเดิมหรือดีกว่าเดิม
5 แนวทางที่เริ่มใช้จริงใน Hypermarket
แต่ละแนวทางสามารถใช้ได้อิสระหรือผสมผสานกัน เพื่อให้ได้ผลด้านการประหยัดพลังงานที่ดีที่สุดสำหรับสาขาของคุณ
Smart Defrost
ละลายน้ำแข็งตามสภาพจริง
ระบบเดิมละลายน้ำแข็งตามเวลาที่ตั้งไว้โดยไม่คำนึงว่ามีน้ำแข็งสะสมจริงหรือไม่ Smart Defrost ใช้ข้อมูลจากเซนเซอร์เพื่อสั่งละลายเฉพาะเมื่อจำเป็น ลดความร้อนสะสม ลดโหลดคอมเพรสเซอร์ และประหยัดพลังงานโดยทั่วไป ~3% (ขึ้นกับหน้างาน/ชนิดตู้/รอบการใช้งาน)
Floating Suction Pressure
ปรับแรงดันตามโหลดจริง
แทนที่จะตรึง Suction Pressure คงที่ตลอดเวลา ระบบจะปรับแรงดันให้คอมเพรสเซอร์ทำงานตามภาระจริงของตู้แช่และห้องเย็น ผลลัพธ์คือใช้ไฟฟ้าลดลงอย่างมีนัยสำคัญและยืดอายุอุปกรณ์
Night Setback
ปรับ Set Point ช่วงปิดร้าน
เมื่อร้านปิดและการเปิดประตูตู้แช่ลดลง ระบบจะปรับ Set Point อุณหภูมิให้เหมาะสมโดยอัตโนมัติ ลดโหลดกลางคืน ลด Peak Demand และยังคุมอุณหภูมิให้อยู่ในโซนปลอดภัยสำหรับสินค้า
Smart Monitoring & Alarm
แจ้งเตือนก่อนสินค้าเสีย
เก็บข้อมูลอุณหภูมิ แรงดัน และสถานะอุปกรณ์แบบต่อเนื่อง พร้อมส่งการแจ้งเตือน Real-time ก่อนที่ปัญหาจะลุกลามถึงสินค้า ช่วยลด Downtime และวางแผนบำรุงรักษาล่วงหน้าได้อย่างแม่นยำ
05) Load Management — บริหารโหลดทั้งสาขาเพื่อลด Peak Demand
จัดลำดับการทำงานของอุปกรณ์ทำความเย็นทั้งสาขา ไม่ให้อุปกรณ์หลายตัวดึงโหลดพร้อมกันในช่วงเวลาเดียวกัน ผลลัพธ์คือ Demand Charge ลดลง บิลค่าไฟรายเดือนเสถียรและคาดการณ์ได้ง่ายขึ้น เหมาะอย่างยิ่งกับสาขาขนาดใหญ่ที่มีอุปกรณ์จำนวนมาก
ตัวเลขที่เกิดขึ้นจริง
สาขา Hypermarket & Wholesale ที่นำแนวทางเหล่านี้ไปใช้ มักวัดผลได้จริงใน 4 มิติหลักต่อไปนี้ (ผลลัพธ์ขึ้นกับขนาดสาขา ภาระโหลด และสภาพระบบเดิม)
ต่อเดือน
ตลอดเวลา
ลดลง
โดยทั่วไป
ระบบทำความเย็นที่ฉลาด = กำไรที่เพิ่มขึ้น
การใช้ข้อมูลและระบบควบคุมอัจฉริยะช่วยลดต้นทุนพลังงานได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมรักษาคุณภาพสินค้าและเพิ่มเสถียรภาพระบบโดยรวมในระยะยาว
ทั้ง 5 แนวทางนี้ไม่ใช่แค่ "ประหยัดพลังงาน"
แต่เป็นการลงทุนที่มี ROI ชัดเจน วัดผลได้จริง และส่งผลดีต่อทั้งต้นทุน คุณภาพสินค้า และความเสถียรของระบบ (โดยเฉพาะในสาขาที่มีตู้แช่/ห้องเย็นจำนวนมาก)
คำถามที่พบบ่อย (สำหรับ Hypermarket & Wholesale)
ช่วยให้เริ่มต้นได้เร็ว วางแผนงบและลำดับงานได้เหมาะกับสาขาของคุณ
1) ควรเริ่มจากข้อไหนก่อน ถ้างบจำกัด? ⌄
2) Load Management ช่วยลดค่าไฟส่วนไหน? ⌄
3) Night Setback จะกระทบคุณภาพสินค้าไหม? ⌄
4) Smart Defrost ต้องมีเซนเซอร์อะไรเพิ่มบ้าง? ⌄
5) ต้องการให้ประเมินเบื้องต้น ควรส่งข้อมูลอะไรมาก่อน? ⌄
อยากลดค่าไฟในสาขา Hypermarket ของคุณ?
ทีมวิศวกร Dixell Asia พร้อมช่วยวิเคราะห์ระบบทำความเย็น
และแนะนำแนวทางที่เหมาะกับแต่ละสาขา
ตั้งแต่ประเมินเบื้องต้น ไปจนถึงติดตั้งและติดตามผล
ช่องทางด่วน: ฟอร์มออนไลน์ / LINE