EXECUTIVE INTERVIEW · DIXELL ASIA

จาก “อุปกรณ์ควบคุมความเย็น” สู่ Energy Saving & IoT — กลยุทธ์ที่ทำให้หน้างานคุมได้และวัดผลได้

Executive Summary จากบทสัมภาษณ์: Dixell Asia มุ่งเป็นศูนย์รวมโซลูชันระบบทำความเย็นและปรับอากาศ พร้อมทีมบริการหลังการขาย 24/7 และแนวทางตลาดที่เน้น “ข้อมูลถูกต้อง + Real-time + ป้องกันก่อนเสีย” เพื่อช่วยลูกค้าลดความเสี่ยง ลดพลังงาน และเพิ่มความคล่องตัวของหน้างาน

EX
Key takeaway: “ประหยัดพลังงาน + IoT” ต้องเริ่มจากข้อมูลที่ถูกต้อง และทีมที่ตอบสนองได้จริง บทสัมภาษณ์ชี้ชัดว่าโซลูชันจะคุ้มที่สุดเมื่อหน้างานมี Data Accuracy, Real-time Monitoring และบริการหลังการขายที่รองรับการทำงาน 24/7
Executive summary

สรุปผู้บริหาร (อ่านจบใน 60 วินาที)

Dixell Asia คือผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายอุปกรณ์สำหรับระบบทำความเย็น ระบบปรับอากาศ และอุปกรณ์ประหยัดพลังงาน โดยย้ำ “ความเหมาะสมกับประเทศไทย” ทั้งด้านคุณภาพ ราคา และการใช้งานจริง พร้อมทีมบริการหลังการขาย 24 ชั่วโมงและสาขาภูมิภาค เพื่อเข้าถึงลูกค้าได้เร็วขึ้น

01
Positioning: ศูนย์รวมโซลูชัน “คุม–มอนิเตอร์–ประหยัดพลังงาน”

โฟกัสการคัดเลือกสินค้าให้เหมาะกับหน้างานจริง และต่อยอดด้วยทีมออกแบบ/หลังการขายเพื่อให้ลูกค้าใช้งานได้ “เห็นผล”

02
Growth driver: Energy Saving + IoT

แนวทางตลาดในอนาคตให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีประหยัดพลังงานและระบบ IoT ที่กำลังมีบทบาทมากขึ้นในหลายอุตสาหกรรม

03
Execution: Monitoring + Service Center 24/7

หัวใจคือ “Data Accuracy + Real-time” และการดูแลเชิงป้องกัน เพื่อลดความเสียหายและเพิ่มความต่อเนื่องของงาน

สรุปเชิงธุรกิจ: การแข่งขันยุคใหม่ไม่ใช่แค่ขายอุปกรณ์ แต่คือการทำให้ลูกค้ามีข้อมูลที่ถูกต้อง ตอบสนองไว และทำงานเชิงป้องกันได้จริง
Company snapshot

ภาพรวมธุรกิจ & จุดยืนของ Dixell Asia

จากบทสัมภาษณ์: บริษัทเน้นการเป็นผู้แทน/ผู้นำเข้าอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับระบบทำความเย็น ระบบปรับอากาศ และการประหยัดพลังงาน โดยคัดเลือกสินค้าให้เหมาะกับประเทศไทย และเสริมด้วยทีมบริการหลังการขายที่ตอบสนองได้ทันที รวมถึงขยายสาขาเพื่อเข้าถึงลูกค้าในภูมิภาคมากขึ้น

🧭

Mission

มุ่งเป็นผู้นำด้านอุปกรณ์ควบคุมความเย็น และสร้างเครือข่ายบริการให้ครอบคลุม พร้อมผลักดันการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยลดพลังงาน

🏗️

Capability

สินค้า “ครบและหลากหลาย” + สต็อกพร้อมบริการ + บริการหลังการขาย + เครือข่ายสาขาในต่างจังหวัด เพื่อช่วยหน้างานได้ใกล้ชิด

🌏

Coverage

ขยายการเข้าถึงลูกค้าผ่านสาขาภูมิภาค (เช่น เชียงใหม่ ภูเก็ต ขอนแก่น) และเครือข่ายการกระจายสินค้า/บริการไปต่างประเทศ

Timeline (ย่อ): เริ่มจากตัวแทนจำหน่ายคอนโทรลอุณหภูมิ Dixell (อิตาลี) ในไทย/อาเซียน แล้วขยายสินค้าไปสู่ระบบทำความเย็น–ปรับอากาศ และต่อยอดสู่ Energy Saving + IoT พร้อมทีมออกแบบและหลังการขาย
Strategy

ทิศทางตลาด: ทำให้ “ประหยัดพลังงาน” กลายเป็นระบบที่วัดผลได้

แนวทางในอนาคตเน้นการประหยัดพลังงานและระบบ IoT ที่เข้ามามีบทบาทในหลายธุรกิจ โดยนำเสนอนวัตกรรมและโซลูชันที่เหมาะกับลูกค้าแต่ละประเภท และยังคงมองหาอุปกรณ์ใหม่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง

🎯

Segment-fit

ไม่ขายแบบ “One-size-fits-all” แต่เลือกสินค้า/โซลูชันให้เหมาะกับประเภทธุรกิจและสภาพหน้างานในไทย

📈

Data-driven

ยกระดับจากการคุมอุปกรณ์ → ไปสู่การบริหารด้วยข้อมูล: Real-time, รายงาน, และการวิเคราะห์เพื่อทำให้การลงทุนตอบได้เป็นตัวเลข

🧰

Engineering support

มีทีมด้านการออกแบบ/บริการหลังการขาย เพื่อช่วยให้ระบบทำงานได้จริงในระยะยาว ไม่จบแค่ติดตั้ง

Executive insight

“ประหยัดพลังงาน” จะสำเร็จเมื่อองค์กรมี 3 อย่างพร้อมกัน: (1) ข้อมูลที่ถูกต้อง (2) การตอบสนองที่รวดเร็ว (3) การทำงานเชิงป้องกันและคล่องตัว

Service model

บริการหลังการขาย 24/7: ทำไม “Response” คือความต่างที่วัดค่าได้

บทสัมภาษณ์ระบุชัดว่า Dixell Asia มี Call Center และวิศวกรที่ติดต่อได้ตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงรองรับการรับสินค้า/งานช่วงกลางคืน เพราะเข้าใจว่าลูกค้าบางประเภทธุรกิจต้องทำงานตอนกลางคืน และต้องการการช่วยเหลือแบบทันเวลา

☎️

Call Center / Hotline

ช่วยให้คำปรึกษา แนะนำสินค้า และแก้ปัญหาได้ทันทีเมื่อเกิดเหตุ

🧑‍🔧

Field Support

พร้อมเข้าช่วยแก้ปัญหาหน้างาน และออกแบบแนวทางให้เหมาะกับระบบเดิมของลูกค้า

🕒

24/7 Readiness

รองรับธุรกิจที่ทำงานกลางคืนและระบบที่ต้องทำงานต่อเนื่อง ลดความเสี่ยง “เสียแล้วหยุดยาว”

มุมมองผู้บริหาร: ระบบที่ดีไม่ใช่ “ไม่มีปัญหา” แต่คือ “เกิดปัญหาแล้วตอบสนองไว มีข้อมูลช่วยแก้ และลดโอกาสเกิดซ้ำ”
Solutions

โซลูชันที่ถูกพูดถึง: Controller + Monitoring + BMS

ในบทสัมภาษณ์กล่าวถึงผลิตภัณฑ์หลักที่ได้รับการยอมรับในตลาด เช่น อุปกรณ์ควบคุมอุณหภูมิ Dixell และการใช้งานร่วมกับระบบ Monitoring เพื่อเพิ่ม Data Accuracy และการจัดการแบบ Real-time รวมถึงบริการดูแล Monitoring 24 ชั่วโมง เพื่อทำงานเชิงป้องกันและลดความเสียหาย

🌡️

Controller (Core)

แกนหลักของระบบทำความเย็น: คุมอุณหภูมิให้เสถียร รองรับการใช้งานในหลายกลุ่มธุรกิจ

  • เหมาะกับงานตู้แช่ ห้องเย็น โรงแรม และงานอุตสาหกรรม
  • วางเป็นมาตรฐานหน้างานได้
📡

Monitoring (Real-time)

ต่อยอดจากการคุม → ไปสู่การ “เห็น–แจ้งเตือน–จัดการ” ได้ทันที

  • Data Accuracy เพื่อการตัดสินใจ
  • Realtime Alarm ลดความเสี่ยง
  • แนวคิด Preventive ลดความเสียหาย
🏢

BMS (Building Management)

ระบบบริหารอาคาร/โรงงานที่ต้องการทีมออกแบบและเขียนโปรแกรม เพื่อทำให้การจัดการเป็นระบบและขยายได้

  • Dashboard / Status / Alarm / Report
  • รองรับการบริหารหลายระบบในภาพรวม
Executive takeaway

“คุมอุปกรณ์” คือจุดเริ่ม แต่ “คุมด้วยข้อมูล” คือสิ่งที่ทำให้หน้างานลดความเสี่ยงและลดต้นทุนในระยะยาว

What it means

ความหมายต่อเจ้าของธุรกิจ/ทีมช่าง: เริ่มให้ถูก จะคุ้มเร็ว

ในโลกที่การแข่งขันสูงและเทคโนโลยีเปลี่ยนเร็ว แนวโน้มสำคัญคือการประหยัดพลังงาน การต้องการข้อมูลที่ถูกต้องและรวดเร็ว การทำงานเชิงป้องกัน และความคล่องตัวในการตอบสนองตลาด

เริ่มจาก “จุดเสี่ยงสูง”

เลือกพื้นที่/อุปกรณ์ที่ถ้าเสียแล้วกระทบสูงก่อน (เช่น ห้องเย็น/โหลดสำคัญ) แล้วค่อยขยายเป็นระบบ

📊

ทำให้ “วัดผลได้”

ตั้ง KPI/Report ที่ใช้งานจริง เพื่อให้การประหยัดพลังงานตอบได้เป็นตัวเลข ไม่ใช่ความรู้สึก

🛡️

Preventive & SLA

Alarm + Workflow การตอบสนองที่ชัดเจน คือสิ่งที่ทำให้ระบบคุ้มที่สุดในระยะยาว

เช็กลิสต์สั้น: ถ้าคุณต้องการ “ข้อมูลถูกต้อง + Real-time + ลดความเสียหาย + ทำงานเชิงป้องกัน” นี่คือเวลาที่เหมาะในการเริ่ม Monitoring/IoT และวางระบบ Service & Response ให้เป็นมาตรฐาน
FAQ

คำถามที่พบบ่อย (ฉบับผู้บริหาร)

โฟกัสคำถามที่ “ตัดสินใจได้เร็ว” และลดความเสี่ยงตอนเริ่มทำ

1) ถ้าอยากเริ่ม Energy Saving ควรเริ่มที่ไหนก่อน?
เริ่มจากจุดที่ “กระทบสูง/ใช้พลังงานสูง/เสี่ยงสูง” ก่อน แล้วค่อยขยาย: วาง Data points ให้พอ + ตั้ง Alarm ที่ใช้งานจริง + ทำรายงานเพื่อเทียบก่อน–หลัง
2) ทำไม Monitoring ถึงสำคัญกว่าการทำรายงานทีหลัง?
เพราะ Monitoring ทำให้คุณ “เห็นเหตุ” ตอนกำลังเกิด (Real-time) และช่วยตอบสนองได้ทันที ลดโอกาสเสียหายและลด Downtime — แล้วค่อยใช้ Report/Trend เพื่อปรับปรุงระยะยาว
3) บริการ 24/7 จำเป็นกับธุรกิจแบบไหน?
จำเป็นมากสำหรับระบบที่ทำงานต่อเนื่องหรือมีความเสี่ยงสูง เช่น ห้องเย็น/คลังสินค้า/โรงงาน/ธุรกิจที่ทำงานกลางคืน เพราะ “Response time” มีผลต่อมูลค่าความเสียหายโดยตรง
4) จะทำให้ระบบคุ้มในระยะยาวได้อย่างไร?
ทำให้ข้อมูล “ถูกต้อง” ก่อน แล้วกำหนด KPI/Report ที่ทีมใช้จริง พร้อม Workflow การตอบสนอง (ใครรับ–ทำอะไร–ปิดงานอย่างไร) เพื่อทำงานเชิงป้องกันได้ต่อเนื่อง

อยากวางระบบ Monitoring/IoT + Energy Saving ให้ “เห็นผล” และขยายได้?

ทีมวิศวกรของเราพร้อมช่วยประเมินหน้างาน แนะนำจุดเริ่มต้นที่คุ้มค่า และออกแบบแนวทางให้เหมาะกับธุรกิจของคุณ
ช่องทางด่วน: ฟอร์ม / LINE / Email